ญี่ปุ่นรายงานการขาดดุลการค้าในเดือนม.ค. สูงสุดในรอบ 8 ปี ขณะที่การนำเข้ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงานการขาดดุลการค้า 2.19 ล้านล้านเยน (19,000 ล้านดอลลาร์) นับเป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกันและใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มกราคม 2014

การนำเข้าทั้งหมดเพิ่มขึ้น 39.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะ 8.52 ล้านล้านเยน ทำสถิติสูงสุดเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันนับตั้งแต่มีการรวบรวมข้อมูลในเดือนมกราคม พ.ศ. 2522

ปัจจัยที่ผลักดันต้นทุนการนำเข้าของญี่ปุ่นคือราคาน้ำมันดิบ ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติเหลวที่สูงขึ้น ซึ่งรวมถึงค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์

การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นนั้นสูงกว่าการส่งออกซึ่งเพิ่มขึ้น 9.6% เป็น 6.33 ล้านล้านเยน เนื่องจากราคาสินค้าส่งออกเช่นเหล็กและดีเซลที่สูงขึ้น

สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นรายงานว่าคำสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐาน (ไม่รวมเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมต่อเรือและสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้า) เพิ่มขึ้น 3.6% ในเดือนธันวาคมเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่มการคาดการณ์สำหรับการขยายการซื้อเครื่องจักร

คำสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานมีมูลค่า 9.324 พันล้านเยน (8.1 พันล้านดอลลาร์) ในเดือนธันวาคม หลังจากเพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนพฤศจิกายน

ญี่ปุ่นปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน คำสั่งซื้อเครื่องจักร ตัวบ่งชี้ว่าบริษัทต่างๆ ใช้จ่ายเงินอย่างไร “กำลังเพิ่มขึ้น” และในเดือนพฤศจิกายน คำสั่งซื้อระบุว่า “เพิ่มขึ้น”

เมื่อพิจารณาในแต่ละภาคส่วน คำสั่งซื้อเครื่องจักรของผู้ผลิตเพิ่มขึ้น 8% เป็น 4.798 พันล้านเยน ตามการเพิ่มขึ้น 12.9% ในเดือนพฤศจิกายน โดยคำสั่งซื้ออุปกรณ์เพิ่มขึ้นในเดือนธันวาคม ซึ่งส่วนใหญ่ใช้โดยผู้ผลิตโลหะที่ไม่ใช่เหล็กและเครื่องจักรไฟฟ้าในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์

คำสั่งซื้อที่ไม่ใช่การผลิตลดลง 0.1% มาอยู่ที่ 4.654 พันล้านเยน เนื่องจากคำสั่งซื้อจากบริการข้อมูล ซึ่งรวมถึงการเงินและการประกันภัย

คำสั่งซื้อต่างประเทศลดลง 3.5% ในเดือนธันวาคมหลังจากเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนพฤศจิกายน

สำหรับปี 2564 คำสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานเพิ่มขึ้น 6.8% เป็น 10.2 ล้านล้านเยน เป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปี หลังจากการลดลง 8.4% ในปี 2563

Leave a Reply