ราคาน้ำมันดิบปิดสูงขึ้นในวันพุธ (2 ก.พ.) ตามการประชุม OPEC+ และข้อมูลสินค้าคงคลังน้ำมันดิบ EIA ที่ลดลง

  • สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.07 ดอลลาร์หรือ 1.21% สู่ 89.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนต์เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% อยู่ที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สมาชิก OPEC+ ได้ตัดสินใจที่จะสานต่อข้อตกลงเดิมที่ว่า OPEC+ จะยังคงเพิ่มการผลิตน้ำมันต่อไปอีก 400,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนมีนาคม แรงกดดันมาจากสหรัฐฯ และพันธมิตรให้เพิ่มการผลิตน้ำมันเพื่อกดดันราคาน้ำมันที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี

ย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 OPEC+ ได้ตัดสินใจเพิ่มการผลิตน้ำมันขึ้น 400,000 บาร์เรลต่อวันจนถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2565

โกลด์แมน แซคส์, มอร์แกน สแตนลีย์ และเจพีมอร์แกน คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะแตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีนี้ ท่ามกลางภัยคุกคามจากการขาดแคลนน้ำมันและความต้องการของตลาดที่แข็งแกร่ง

ตามรายงานของ EIA สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเมื่อวานนี้จากสถาบัน American Petroleum Institute (API) ที่ระบุว่าสินค้าคงคลังของสหรัฐฯ ลดลง 1.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สินค้าคงคลังน้ำมันดิบที่เมือง Cushing รัฐโอคลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐ ลดลง 1.2 ล้านบาร์เรล สินค้าคงคลังน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 2.1 ล้านบาร์เรล และสินค้าคงเหลือกลั่น รวมทั้งน้ำมันฮีทติ้งออยล์และดีเซลลดลง 2.4 ล้านบาร์เรล

Leave a Reply